Hard Market ในอุตสาหกรรมประกันภัย: สาเหตุที่เบี้ยประกันสูงขึ้นและแนวทางการรับมือ

ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เบี้ยประกันภัยพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทั้งๆ ที่ประวัติความเสียหายของโรงงานยังคงดีเยี่ยม หรือบางครั้งอาจถูกปฏิเสธการต่ออายุกรมธรรม์ คำตอบสำหรับสถานการณ์นี้คือปรากฏการณ์ที่วงการประกันภัยเรียกกันว่า “Hard Market”

Hard Market ไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งโดยเฉพาะ แต่เป็นวัฏจักรทางธุรกิจที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมประกันภัยโดยรวม ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเบี้ยประกันภัย, ความคุ้มครอง, และเงื่อนไขการรับประกันภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นโรงงานพลาสติก, ยาง, ไม้, หรือกระดาษ นี่คือความจริงที่ผู้บริหารควรทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่การปรับตัว แต่คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับธุรกิจในระยะยาว

สาเหตุที่ทำให้ตลาดประกันภัยเข้าสู่ภาวะ Hard Market

สาเหตุหลักๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกมีดังนี้:

ประการแรกคือ การขาดแคลนกำลังการรับประกันภัย (Reduced Capacity) และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ความเสียหายขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นถี่ขึ้นและรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม, แผ่นดินไหว, หรือไฟป่า ซึ่งสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาลให้กับผู้รับประกันภัยโดยตรง นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง เช่น การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการหยุดชะงักทางธุรกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ เมื่อบริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจำนวนมหาศาล กำลังสำรองเงินทุนย่อมลดลง ทำให้ความสามารถในการรับประกันภัยใหม่หรือการต่ออายุกรมธรรม์เดิมลดลงตามไปด้วย การที่ผู้รับประกันภัยมีทางเลือกน้อยลง ทำให้บริษัทประกันภัยมีอำนาจในการกำหนดราคาและเงื่อนไขได้มากขึ้น

ประการที่สองคือ ตลาดรับประกันภัยต่อที่เข้มงวดขึ้น (Reinsurance Market Tightening) บริษัทประกันภัยที่ผู้ประกอบการซื้อกรมธรรม์ด้วยนั้น ไม่ได้แบกรับความเสี่ยงทั้งหมดไว้เอง แต่จะมีการ “ประกันภัยต่อ” กับบริษัทประกันภัยต่อขนาดใหญ่ระดับโลกอีกทอดหนึ่ง เมื่อบริษัทประกันภัยต่อเหล่านี้ต้องเผชิญกับค่าสินไหมมหาศาลจากภัยพิบัติทั่วโลก พวกเขาก็ต้องเข้มงวดกับเงื่อนไขการรับประกันภัยต่อและปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยต่อเช่นกัน ซึ่งต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ย่อมถูกส่งต่อมายังบริษัทประกันภัยหลัก และสุดท้ายก็มาถึงผู้เอาประกันภัย

ประการสุดท้ายคือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงที่ผ่านมาทำให้บริษัทประกันภัยมีรายได้จากการลงทุนลดลง ซึ่งกระทบต่อผลกำไร นอกจากนี้ กฎระเบียบข้อบังคับใหม่ๆ ในบางประเทศที่เข้มงวดขึ้นก็อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทประกันภัย เมื่อปัจจัยเหล่านี้มารวมกัน บริษัทประกันภัยจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์โดยการขึ้นเบี้ยประกันภัย, ลดความคุ้มครอง, หรือเพิ่มเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง

กรณีศึกษา: การรับมือกับภาวะ Hard Market

โรงงานแปรรูปไม้ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง มีประวัติการบริหารความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมและไม่เคยมีประวัติการเคลมที่รุนแรงเลยตลอด 10 ปี แต่เมื่อถึงเวลาต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยทรัพย์สินในปีนั้น เบี้ยประกันภัยกลับเพิ่มขึ้นถึง 30% และบริษัทประกันภัยเดิมก็ลดวงเงินความคุ้มครองบางส่วนลง

ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โรงงานได้ทบทวนและปรับปรุงมาตรการป้องกันความเสี่ยงอย่างละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบระบบดับเพลิงอัตโนมัติ, การอบรมพนักงาน, ไปจนถึงการติดตั้งระบบตรวจจับที่ทันสมัยขึ้น รวมถึงการปรับปรุงแผนฉุกเฉินอย่างเป็นระบบ ทุกกระบวนการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเป็นหลักฐานที่แข็งแกร่งในการนำเสนอต่อบริษัทประกันภัย

หลังจากรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานการบริหารความเสี่ยงที่ละเอียดและน่าเชื่อถือแล้ว ได้มีการนำเสนอต่อบริษัทประกันภัยหลายแห่ง แม้ว่าเบี้ยประกันภัยจะไม่กลับไปเท่าเดิมในทันที แต่การแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง ก็ช่วยให้โรงงานได้รับการพิจารณาจากบริษัทประกันภัยด้วยเงื่อนไขที่ดีที่สุดในสภาวะตลาดนั้น ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาได้เบี้ยประกันภัยที่ลดลงกว่าข้อเสนอแรกถึง 15% และได้เงื่อนไขความคุ้มครองที่สมเหตุสมผลมากขึ้น

ดังนั้น แม้ว่า Hard Market จะเป็นความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ผู้ประกอบการไม่ได้ไร้หนทางในการรับมือ การทำความเข้าใจกลไกของ Hard Market คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ด้วยการทบทวนและยกระดับมาตรการบริหารความเสี่ยงของโรงงานอย่างจริงจัง, การสร้างประวัติความเสียหายที่ดี, การลงทุนในระบบป้องกันอัคคีภัยที่ทันสมัย, และที่สำคัญที่สุดคือการทำงานร่วมกับที่ปรึกษาด้านประกันภัยที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์และนำเสนอความเสี่ยงในมุมมองที่น่าสนใจแก่บริษัทประกันภัย เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองที่เหมาะสมที่สุดในราคาที่สมเหตุสมผลที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงและการประกันภัยที่เหมาะสมกับธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @siamadvicefirm

Leave a Comment