
สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตพลาสติก, ยาง, ไม้, หรือกระดาษ ผู้บริหารจำนวนมากมักเข้าใจผิดว่า “ประวัติการเรียกร้องสินไหม” หรือ “Loss Ratio” ของธุรกิจตนเองเป็นสิ่งที่เป็นลบและต้องปกปิด ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นี่คือมุมมองที่อาจทำให้ธุรกิจพลาดโอกาสในการได้รับเงื่อนไขและราคาประกันภัยที่ดีที่สุดไปอย่างน่าเสียดาย
บริษัทประกันภัยมืออาชีพไม่ได้มองแค่จำนวนครั้งของการเรียกร้องสินไหมหรือยอดเงินที่จ่ายไปเท่านั้น แต่กำลังมองหาความเข้าใจในการบริหารความเสี่ยงของธุรกิจ หากโรงงานไม่มีประวัติการเรียกร้องสินไหมเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา อาจฟังดูดีในตอนแรก แต่สำหรับบริษัทประกันภัยแล้ว อาจหมายถึงข้อมูลที่ไม่เพียงพอหรือความเสี่ยงที่ยังไม่ปรากฏก็เป็นได้ พวกเขาไม่รู้ว่าธุรกิจมีมาตรการป้องกันที่ดีจริงหรือแค่โชคดีมาตลอด
ในทางกลับกัน โรงงานที่มีประวัติการเรียกร้องสินไหมเกิดขึ้นบ้าง แต่สามารถอธิบายถึงสาเหตุ, มาตรการป้องกันที่ได้ดำเนินการไปแล้ว, และแผนการปรับปรุงในอนาคตได้อย่างชัดเจน จะถูกมองว่าเป็นธุรกิจที่มีความตื่นตัวและการเรียนรู้ บริษัทประกันภัยจะเห็นว่าธุรกิจไม่ได้แค่ยอมรับความเสี่ยง แต่กำลังบริหารจัดการมันอยู่ตลอดเวลา ประเด็นสำคัญคือ Loss Ratio นั้นสะท้อนถึงประสิทธิภาพในการจัดการความเสี่ยง หากอัตราส่วนนี้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และสามารถแสดงให้เห็นถึงการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง นั่นหมายถึงการเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสที่จะพิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาสภาพธุรกิจให้มั่นคง ซึ่งสิ่งนี้เองที่จะทำให้บริษัทประกันภัยกล้าเสนอราคาที่ดีกว่าเดิม
กรณีศึกษา: การเปลี่ยนมุมมองต่อประวัติการเรียกร้องสินไหม
โรงงานผลิตพลาสติกแห่งหนึ่งมีประวัติการเรียกร้องสินไหมเกี่ยวกับเครื่องจักรบ่อยครั้งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเครื่องจักรเก่าและการบำรุงรักษาที่ไม่ทั่วถึง ในตอนแรก ผู้บริหารของโรงงานวิตกกังวลมากว่าจะถูกปฏิเสธการต่ออายุประกันหรือต้องแบกรับเบี้ยประกันที่สูงลิ่ว แต่ภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาได้เปลี่ยนมุมมองและเตรียมข้อมูลอย่างละเอียดแทน
สิ่งที่โรงงานนี้ทำคือ:
- รวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ: ไม่ใช่แค่บันทึกว่าเรียกร้องสินไหมเรื่องอะไร แต่ลงรายละเอียดว่า “เกิดอะไรขึ้น”, “สาเหตุคืออะไร”, “เสียหายเท่าไหร่”, และที่สำคัญคือ “ดำเนินการแก้ไขและป้องกันอย่างไร”
- ชี้แจงมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม: นำเสนอแผนการลงทุนในการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ที่เข้มข้นขึ้น, มีการเปลี่ยนอะไหล่ที่เสื่อมสภาพตามรอบ, และลงทุนติดตั้งระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะบนเครื่องจักรเพื่อตรวจจับความผิดปกติล่วงหน้า
- นำเสนอการฝึกอบรมพนักงาน: จัดฝึกอบรมพิเศษสำหรับพนักงานฝ่ายผลิตและช่างซ่อมบำรุง ให้มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาเครื่องจักรและการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
- แสดงผลลัพธ์เบื้องต้น: แม้จะเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนการต่ออายุประกัน แต่พวกเขาได้เริ่มเห็นความถี่ของความเสียหายลดลง และสามารถนำเสนอข้อมูลนี้ให้แก่บริษัทประกันภัยได้
ผลลัพธ์ที่ได้คือ แทนที่จะถูกปรับเพิ่มเบี้ยประกันอย่างมหาศาล บริษัทประกันภัยกลับแสดงความชื่นชมในความโปร่งใสและความพยายามในการบริหารความเสี่ยงของโรงงาน แม้เบี้ยประกันจะไม่ได้ลดลงทันทีอย่างมีนัยสำคัญ แต่ก็ได้เสนอเงื่อนไขความคุ้มครองที่เหมาะสมและให้ส่วนลดพิเศษสำหรับมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่โรงงานได้ลงทุนไป ทำให้เบี้ยประกันโดยรวมไม่สูงขึ้นอย่างที่กังวลและได้รับความคุ้มครองที่ดีขึ้น นี่คือพลังของการนำเสนอข้อมูลอย่างมีกลยุทธ์จากประสบการณ์จริงที่บริษัทประกันภัยต้องการเห็น
ดังนั้น ประวัติการเรียกร้องสินไหมไม่ใช่เรื่องที่ต้องปกปิด แต่เป็นเรื่องราวของการเรียนรู้และพัฒนาที่สามารถใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาต่อรองเพื่อขอราคาและเงื่อนไขประกันภัยที่ดีกว่าเดิมได้ หากสามารถนำเสนอ Loss Ratio ในมุมที่แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในการบริหารความเสี่ยง, การลงมือปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม, และความมุ่งมั่นที่จะลดความเสี่ยงในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัทประกันภัยจะมองธุรกิจในฐานะพันธมิตรที่เข้าใจความเสี่ยงของตนเอง และนั่นคือหนทางสู่การได้รับความคุ้มครองที่คุ้มค่าที่สุดอย่างแท้จริง
สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงและการประกันภัยที่เหมาะสมกับธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @siamadvicefirm