บทเรียนราคาแพง: กรณีศึกษาการเรียกร้องสินไหมทดแทนจากเหตุ “ท่อสตีมแรงดันสูง” ระเบิดในโรงงานยาง

สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานยาง, โรงงานพลาสติก, หรือโรงงานไม้และกระดาษ “ความเสี่ยงที่มองไม่เห็น” มักจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่คาดคิดเสมอ ไม่ใช่แค่อัคคีภัย แต่เป็นเหตุการณ์เฉพาะทางที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ทว่าเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผลกระทบอาจลุกลามจนหยุดการผลิตไปหลายเดือน และทำลายขีดความสามารถในการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่หรือระบบแรงดันสูง ยังประเมินความเสี่ยงประเภทนี้ต่ำไป และมักจะคิดว่าประกันภัยที่มีอยู่ครอบคลุมเพียงพอแล้ว ซึ่งเป็นความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรง

ความเสียหายที่เกิดจาก “ท่อสตีมแรงดันสูง” ระเบิดในโรงงานยางแห่งหนึ่งคือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับความเสียหายทางกายภาพของเครื่องจักรและอาคารเท่านั้น แต่ยังต้องรับมือกับการเรียกร้องสินไหมทดแทนที่ยืดเยื้อ และยอดความเสียหายที่แท้จริงซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า การบริหารความเสี่ยงและแผนประกันภัยที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่การมีกรมธรรม์อยู่ในมือ แต่ต้องเข้าใจถึงช่องว่างและความคุ้มครองเฉพาะทางที่สำคัญ

เหตุใดเหตุการณ์เช่นนี้จึงเป็นบทเรียนราคาแพง

ประการแรกคือ ความเฉพาะเจาะจงของความเสียหาย เครื่องจักรในโรงงานยาง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับระบบไอน้ำแรงดันสูง ล้วนเป็นการลงทุนมหาศาลที่ออกแบบมาเฉพาะ การระเบิดของท่อสตีมไม่ได้ทำลายแค่ท่อ แต่ยังส่งผลกระทบต่อเครื่องจักรโดยรอบ, โครงสร้างอาคาร, และระบบไฟฟ้าทั้งหมด การประเมินมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงจึงซับซ้อน และมักจะสูงเกินกว่าที่ประกันภัยพื้นฐานจะครอบคลุมได้ทั้งหมด

ประการที่สองคือ การหยุดชะงักทางธุรกิจ นี่คือหัวใจสำคัญที่หลายธุรกิจมองข้ามไป เมื่อการผลิตหยุดชะงัก ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมแซมเครื่องจักรเท่านั้น แต่คือรายได้ที่หายไป, ค่าใช้จ่ายประจำที่ยังต้องจ่าย, ค่าปรับจากการผิดสัญญาจัดส่ง, และโอกาสทางธุรกิจที่คู่แข่งจะแย่งไป การหยุดสายการผลิตเพียงไม่กี่วันก็สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจได้มหาศาลแล้ว และหากหยุดเป็นเดือน ผลกระทบจะร้ายแรงจนอาจถึงขั้นทำให้ธุรกิจล้มละลายได้

ประการสุดท้ายคือ รายละเอียดของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะไม่ได้อ่านอย่างละเอียด เพราะมักจะคิดว่าประกันอัคคีภัยมาตรฐานก็ครอบคลุมทุกอย่างแล้ว แต่ในความเป็นจริง ความเสียหายจากเครื่องจักรกลชำรุด หรือการระเบิดจากแรงดันภายในท่อ มักจะต้องมี “ความคุ้มครองเพิ่มเติม” หรือ “กรมธรรม์เฉพาะ” แยกต่างหาก ซึ่งหากไม่มี ก็เท่ากับว่ากำลังแบกรับความเสี่ยงมหาศาลไว้เอง

กรณีศึกษา: บทเรียนจากโรงงานยาง

เมื่อท่อสตีมแรงดันสูงขนาดใหญ่ที่ใช้ในการวัลคาไนซ์ยางเกิดระเบิดขึ้นในโรงงานแห่งหนึ่ง เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว เศษชิ้นส่วนโลหะกระเด็นไปทำลายฝาผนัง, เครื่องจักรข้างเคียง, และระบบควบคุมทั้งหมด โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่มีพนักงานได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย โรงงานต้องหยุดการผลิตโดยทันที

เมื่อบริษัทประกันภัยเข้ามาประเมินความเสียหายเบื้องต้น พบว่าประกันอัคคีภัยที่มีอยู่ครอบคลุมเฉพาะความเสียหายจากไฟไหม้โดยตรงเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมความเสียหายจากการระเบิดภายในเครื่องจักรกล หรือความเสียหายจากการชำรุดของท่อสตีมโดยตรง สิ่งที่คุ้มครองคือ “ผลที่ตามมา” จากเหตุระเบิด เช่น ไฟไหม้ที่เกิดขึ้น หรืออาคารที่พังเสียหาย แต่ไม่ใช่ “ต้นเหตุ” หรือตัวเครื่องจักรที่ระเบิดเอง

สุดท้ายแล้ว โรงงานแห่งนี้ต้องรับผิดชอบค่าซ่อมแซมและเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่เกือบทั้งหมดเอง เนื่องจากไม่มีความคุ้มครอง Machinery Breakdown (MB) หรือ Boiler & Pressure Vessel (BPV) Insurance ที่ครอบคลุมความเสียหายประเภทนี้โดยตรง และที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ไม่มีประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (Business Interruption Insurance) ที่จะมาชดเชยรายได้ที่หายไปในช่วง 3 เดือนของการหยุดผลิต ส่งผลให้โรงงานต้องสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ไปหลายราย และเผชิญกับวิกฤตทางการเงินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

บทเรียนจากกรณีนี้ชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด: การมีประกันภัยสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูงนั้น ไม่ใช่แค่การซื้อกรมธรรม์พื้นฐาน แต่คือการเข้าใจถึง “ความเสี่ยงเฉพาะทาง” ของธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมจริงๆ การลงทุนในกรมธรรม์ที่ครอบคลุมความเสียหายจากเครื่องจักรชำรุด, หม้อไอน้ำ, การระเบิดจากแรงดัน, และที่สำคัญที่สุดคือ “ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก” คือการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุดเพื่อปกป้องความต่อเนื่องทางธุรกิจ และสร้างหลักประกันว่าเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น จะมีตาข่ายนิรภัยรองรับที่แข็งแรงพอที่จะทำให้ธุรกิจกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง นี่ไม่ใช่เรื่องของการ “ประหยัดเบี้ยประกัน” แต่เป็นเรื่องของการ “ปกป้องอนาคต” ของธุรกิจอย่างแท้จริง

สำหรับท่านเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงและการประกันภัยที่เหมาะสมกับธุรกิจของท่านโดยเฉพาะ สามารถพูดคุยกับทีมผู้เชี่ยวชาญของเราได้โดยตรง เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @siamadvicefirm

Leave a Comment