กลับไปหน้าบทความ
บริหารความเสี่ยงประกันธุรกิจประกันภัยความเสี่ยงสูงประกันภัยธุรกิจเสี่ยงภประกันอัคคีภัย

ข้อควรระวังในการสื่อสารเมื่อแจ้งเหตุเรียกร้องสินไหมทดแทน

ข้อควรระวังในการสื่อสารเมื่อแจ้งเหตุเรียกร้องสินไหมทดแทน
Siam Advice Firm
อ่าน 1 นาที

ในโลกธุรกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง การทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือกับความเสี่ยงในรูปแบบต่างๆ คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กร...

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เหตุการณ์ที่น่าเสียดายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือการที่ธุรกิจต้องเผชิญหน้ากับความเสียหายครั้งใหญ่ แต่กลับไม่สามารถเรียกร้องสินไหมทดแทน (เคลมประกัน) ได้อย่างราบรื่นเท่าที่ควรจะเป็น สาเหตุนั้นมีมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะถูกมองข้าม และเป็นจุดเริ่มต้นของความยุ่งยากทั้งหมด ก็คือถ้อยคำที่ใช้ ณ วินาทีแรกที่แจ้งเหตุ ซึ่งมีผลกระทบต่ออนาคตของการเคลมมากกว่าที่คาดคิด

เหตุใดการคาดเดาสาเหตุจึงเป็นเรื่องอันตราย

บ่อยครั้งที่เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอัคคีภัยหรือเครื่องจักรเสียหาย ผู้ประกอบการมักจะอยู่ในภาวะตกใจและพยายามหาคำอธิบายให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นทันที การใช้คำพูดที่ขึ้นต้นด้วย "คิดว่าสาเหตุน่าจะมาจาก..." "สงสัยว่าน่าจะเกิดจาก..." หรือ "คงจะเป็นเพราะ..." แม้ดูเหมือนจะเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แต่ในทางกลับกัน อาจสร้างปัญหาให้กับกระบวนการเคลมประกันได้อย่างคาดไม่ถึง เพราะ:

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ปรึกษาฟรี
  • ไม่ใช่ข้อเท็จจริง: สัญญาประกันภัยตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและหลักฐานที่พิสูจน์ได้ การคาดเดาหรือการสันนิษฐานยังคงเป็นเพียงความคิดเห็น การให้ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริงตั้งแต่แรก อาจทำให้บริษัทประกันภัยมองว่ามีการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งนำไปสู่ความล่าช้าในการตรวจสอบ

  • เปิดช่องให้เกิดการตีความ: คำว่า "น่าจะมาจาก..." ทำให้บริษัทประกันภัยต้องตีความถึงความเป็นไปได้อื่นๆ ซึ่งอาจรวมไปถึงสาเหตุที่ไม่อยู่ในความคุ้มครองของกรมธรรม์ หรือสาเหตุที่เกิดจากความประมาทเลินเล่อ

  • ชี้นำการตรวจสอบ: เมื่อมีการแจ้งสาเหตุที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ผู้สำรวจภัย (Loss Adjuster) อาจถูกชี้นำไปในทิศทางนั้นๆ ทำให้ละเลยการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงอื่นๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง

  • ความหมายแฝงของความประมาท: ในบางบริบท การใช้คำว่า "น่าจะเกิดจาก..." อาจถูกตีความได้ว่าทราบถึงความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอยู่ก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการป้องกันอย่างเพียงพอ ซึ่งอาจเข้าข่ายความประมาทเลินเล่อ

คำพูดอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง

นอกจาก "คิดว่า..." แล้ว ยังมีวลีอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงในขั้นตอนแรกของการแจ้งเคลม ได้แก่:

  • "เผลอทำ..." หรือ "ไม่ได้ระมัดระวังพอ..." (อาจแสดงถึงความประมาทเลินเล่อโดยตรง)

  • "เคยเป็นมาก่อนแล้วแต่ก็ซ่อมเอง..." (อาจแสดงถึงการละเลยการบำรุงรักษา)

  • "อุปกรณ์ชิ้นนี้เก่ามากแล้ว..." (อาจชี้นำไปสู่การเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ซึ่งมักเป็นข้อยกเว้น)

  • "คิดว่าพนักงานคนนั้นทำไม่ถูกต้อง..." (การโยนความผิดให้ผู้อื่น อาจนำไปสู่ข้อพิพาทและทำให้การเคลมยืดเยื้อ)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ในขั้นตอนแรกของการแจ้งเหตุ ควรยึดมั่นอยู่กับข้อเท็จจริงที่สามารถสังเกตเห็นได้เท่านั้น เช่น "เกิดเพลิงไหม้ที่อาคารส่วนการผลิต" หรือ "เครื่องจักรหมายเลข 5 หยุดทำงานและมีควันออกมา" การแจ้งเพียงว่า "เกิดอะไรขึ้น", "ที่ไหน", และ "เมื่อไหร่" โดยละเว้นการระบุ "ทำไม" ในเบื้องต้น จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญได้เข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นกลาง

กรณีศึกษา: สองแนวทาง สองผลลัพธ์

กรณีที่ 1: การแจ้งเคลมแบบมีข้อสันนิษฐาน ผู้จัดการโรงงานพลาสติกแจ้งบริษัทประกันภัยว่า "คิดว่าสาเหตุมาจากไฟฟ้าลัดวงจร เพราะช่วงเช้ามีช่างมาเดินสายไฟเพิ่มตรงจุดนั้น" ถ้อยคำนี้ทำให้บริษัทประกันภัยต้องเสียเวลาตรวจสอบอย่างละเอียดว่าการเดินสายไฟนั้นได้มาตรฐานหรือไม่ และต้องใช้เวลานานเพื่อหาข้อสรุป ทำให้กระบวนการเคลมยืดเยื้อออกไปหลายเดือน

กรณีที่ 2: การแจ้งเคลมแบบเน้นข้อเท็จจริง ในอีกกรณีหนึ่งของโรงงานแปรรูปไม้อัด ที่เกิดเหตุเครื่องจักรหลักหยุดทำงานกะทันหัน ผู้บริหารโรงงานแจ้งบริษัทประกันภัยเพียงว่า "เครื่องเลื่อยวงเดือนอัตโนมัติหมายเลข 3 หยุดทำงานขณะเดินเครื่อง มีเสียงดังผิดปกติและมีกลิ่นไหม้เกิดขึ้น พนักงานได้ตัดกระแสไฟทันที" การแจ้งที่เน้นข้อเท็จจริงที่เห็นและได้ยิน ณ ขณะนั้น โดยไม่ระบุสาเหตุ ทำให้ผู้สำรวจภัยสามารถเข้ามาตรวจสอบสภาพเครื่องจักรได้อย่างเป็นกลางและวินิจฉัยสาเหตุที่แท้จริงได้เร็วขึ้น ทำให้กระบวนการเคลมเป็นไปอย่างราบรื่นและใช้เวลาน้อยกว่ามาก

จากสองกรณีนี้จะเห็นได้ชัดว่า การสื่อสารที่แม่นยำและยึดมั่นในข้อเท็จจริงเท่านั้น ณ ขั้นตอนแรกของการแจ้งเคลม เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้กระบวนการเคลมประกันไม่ซับซ้อนเกินจำเป็น การควบคุมอารมณ์และให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน จะช่วยให้ผู้ประเมินความเสียหายสามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ทำให้ธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็วที่สุด

สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงและการประกันภัยที่เหมาะสมกับธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @siamadvicefirm


การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร

หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารความเสี่ยงประกันธุรกิจ

ห้องพ่นสีและเคลือบเงา: จุดเริ่มต้นของอัคคีภัยที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ 80% มองข้าม

ในฐานะที่ปรึกษาด้านประกันภัยที่ได้คลุกคลีกับธุรกิจโรงงานมานานหลายปี ผมมักจะเห็นภาพซ้ำๆ ที่น่าเป็นห่วง: โรงงานหลายแห่งให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงจ...

13 พ.ย. 2568
อ่านต่อ
ความปลอดภัยโรงงานบริหารความเสี่ยง

การลดเบี้ยประกันภัยผ่านโครงสร้างอาคาร: ความสำคัญของผนังกันไฟในการแบ่งโซนความเสี่ยงสำหรับโรงงานไม้

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานพลาสติก, ยาง, กระดาษ, หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานไม้ คำถามที่ผู้ประกอบการมักให้ความสำคัญคือแนวทางการล...

3 พ.ย. 2568
อ่านต่อ
บริหารความเสี่ยงประกันความรับผิด

กรณีศึกษาการเรียกร้องสินไหมทดแทนประกันอัคคีภัยที่เกิดจากผู้รับเหมาภายนอก

เหตุการณ์อัคคีภัยในโรงงานอุตสาหกรรม บ่อยครั้งมีต้นเพลิงที่ไม่ได้มาจากความผิดพลาดภายในองค์กรเอง แต่กลับมาจากผู้รับเหมาภายนอกที่เข้ามาปฏิบัติงานภายในพื้นที...

30 ต.ค. 2568
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด