การจัดการความเสี่ยงจากการก่อสร้าง
ทุกโครงการก่อสร้างมาพร้อมกับความท้าทายและความเสี่ยงที่คาดไม่ถึง การบริหารจัดการความเสี่ยงด้วย ประกันภัยงานก่อสร้าง (CAR) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้โครงการดำเนินไปได้อย่างราบรื่น...
[caption id="attachment_1744" align="aligncenter" width="787"] การจัดการความเสี่ยงจากการก่อสร้าง[/caption]
การก่อสร้างทุกชนิดมักต้องทำประกันการก่อสร้างไว้ เนื่องจากการก่อสร้างต้องใช้ทั้งทุนทรัพย์และแรงงานเป็นจำนวนมาก ทั้งยังต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้างที่ยาวนาน ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงจากการก่อสร้างให้กับทรัพย์สินหรือบุคคลได้ ดังนั้นผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการจึงทำประกันการก่อสร้าง เพื่อเป็นการโอนความเสี่ยงในการแบกรับภาระความเสี่ยงให้ไปอยู่กับผู้รับประกันภัยแทน ซึ่งทำให้ผู้ที่ต้องเข้ามารับผิดจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการก่อสร้างคือบริษัทผู้รับประกันภัย โดยผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการหลุดพ้นจากความรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือค่าเสียหายต่างๆ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เข้าข้อยกเว้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยด้วย
ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างแบ่งได้ดังนี้
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
ปรึกษาฟรี1.ความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย หรืออื่นๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่อาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มักทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินในระหว่างก่อสร้างเป็นจำนวนมาก หากผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการทำประกันการก่อสร้างไว้ล่วงหน้า ก็ย่อมได้รับประโยชน์จากการได้รับใช้ค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดขึ้นนี้
2.ความเสี่ยงที่เกิดจากบุคคลนั้นเอง รวมทั้งความเสี่ยงที่เกิดจากเครื่องจักรด้วย ซึ่งการก่อสร้างจำเป็นต้องใช้วัสดุและอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ซึ่งอาจทำให้เครื่องจักรนั้นก่อความเสียหายให้กับทรัพย์สินอื่นหรือบุคคลได้เช่นกัน
การจัดการความเสี่ยงที่เกิดเนื่องจากการก่อสร้าง
เมื่อมีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างนั้น จึงต้องมีการบริหารจัดการความเสี่ยงไว้ด้วย เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงหรือจำกัดความเสี่ยงให้อยู่ในวงแคบ หรือเป็นการจำกัดให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุดนั่นเอง ซึ่งผู้รับเหมาก่อสร้างหรือเจ้าของโครงการ ควรมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี เพื่อที่ลดความเสียหายที่อาจเกิดเนื่องจากการก่อสร้างนั้นด้วย เพื่อเป็นให้การก่อสร้างนั้นดำเนินไปได้อย่างถูกต้อง ภายในระยะเวลาและปลอดภัยที่สุดนั่นเอง
การจัดการความเสี่ยงจึงแยกเป็นขั้นตอนใหญ่ๆ ได้ดังนี้
-การสำรวจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการก่อสร้างนั้น ผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการควรสำรวจความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างได้ โดยมีการวางแผนการดำเนินการก่อสร้าง และสำรวจให้ละเอียดว่ามีสิ่งใดที่อาจเข้าปัจจัยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเตรียมการรับมือหรือวางแผนการจัดการเพื่อลดความเสี่ยงนั้นๆ
-นำความเสี่ยงนั้นมาวิเคราะห์เพื่อหาวิธีหลีกเลี่ยง และสร้างความปลอดภัยในระหว่างการก่อสร้างนั้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงและลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้นั่นเอง ซึ่งสิ่งที่ต้องนำมาวิเคราะห์หมายถึงทุกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างคราวนั้น เพื่อจะได้วิเคราะห์ได้ครอบคลุมที่สุด
-นำข้อวิเคราะห์ที่ได้นั้นมาบริหารจัดการความเสี่ยง โดยวางแผนการจัดการความเสี่ยง และปรับปรุงวิธีการดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนั้นให้มากที่สุด
การบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี มีผลโดยตรงต่อการก่อสร้างและการทำประกันการก่อสร้าง ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดทอนความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างก่อสร้าง รวมทั้งยังลดความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายในระหว่างการก่อสร้างด้วย
การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร
หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
วิธีซื้อประกันการก่อสร้างของเจ้าของโครงการหรือผู้รับเหมา
## วิธีซื้อประกันการก่อสร้างของเจ้าของโครงการหรือผู้รับเหมา การก่อสร้างทุกประเภทย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการดูแลและก่อสร้างเป็นระยะที่...
บทบาทของวิศวกรที่ปรึกษา (Engineering Consultant) กับผลกระทบต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (เคลม)
## บทบาทของวิศวกรที่ปรึกษา (Engineering Consultant) กับผลกระทบต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (เคลม) การออกแบบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง</span...
บทบาทของผู้ออกแบบก่อสร้าง (Designer) กับผลกระทบที่มีต่อกรมธรรม์
## บทบาทของผู้ออกแบบก่อสร้าง (Designer) กับผลกระทบที่มีต่อกรมธรรม์ ในการออกแบบเพื่อการก่อสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างแต่ละอย่าง</sp...